“มีเมืองแห่งหนึ่งที่ไม่ได้สร้างขึ้น แต่ถูกแกะสลักออกจากหน้าผาหินทรายสีชมพูทั้งเมือง — และยืนหยัดมาได้กว่า 2,000 ปีโดยไม่มีคอนกรีตหรือปูนยึดแม้แต่กรัมเดียว”
—
เปตรา (Petra) คือเมืองโบราณของชาวนาบาเทียน (Nabataean) ตั้งอยู่ในหุบเขาทางตอนใต้ของจอร์แดน สร้างขึ้นเมื่อประมาณศตวรรษที่ 4 ก่อนคริสตกาล และเจริญรุ่งเรืองสูงสุดในฐานะเมืองท่าการค้าสำคัญที่เชื่อมต่ออาระเบีย อียิปต์ และโรมันจนถึงราวศตวรรษที่ 1–2 ค.ศ.
สิ่งที่ทำให้เปตราไม่เหมือนเมืองใดในโลกคือทุกอาคาร วิหาร หลุมฝังศพ และถนน ล้วนถูกแกะสลักเข้าไปในหน้าผาหินทรายสีชมพูและส้มอันงดงาม ไม่ใช่การก่อสร้างแต่เป็นการ “เปิดเผย” สิ่งที่ซ่อนอยู่ในหินออกมา
ในปี 1985 UNESCO ขึ้นทะเบียนเปตราเป็นมรดกโลก และในปี 2007 เปตราได้รับเลือกให้เป็นหนึ่งในเจ็ดสิ่งมหัศจรรย์ของโลกยุคใหม่
—
เปตราเจริญรุ่งเรืองมานานกว่า 500 ปีในฐานะศูนย์กลางการค้าเครื่องเทศ ผ้าไหม และทองคำ แต่หลังจากโรมันผนวกเข้าเป็นส่วนหนึ่งของจักรวรรดิในปี ค.ศ. 106 และเส้นทางการค้าเปลี่ยนไป เปตราก็ค่อยๆ ถูกทิ้งร้างและถูกลืมเลือนในโลกตะวันตกมานานกว่า 1,000 ปี จนกระทั่งนักสำรวจชาวสวิส Johann Ludwig Burckhardt ค้นพบอีกครั้งในปี ค.ศ. 1812
—
ชาวนาบาเทียนแกะสลักสิ่งก่อสร้างกว่า 800 แห่งเข้าไปในหน้าผาหินทรายโดยตรง วิธีนี้ไม่ต้องการวัสดุก่อสร้างใดๆ เลย หินทรายที่ใช้คือหินที่ถูกเอาออกจากหน้าผาเองทั้งหมด ซึ่งหมายความว่าไม่มีของเสียจากการก่อสร้างแม้แต่ชิ้นเดียว นักสถาปนิกสมัยใหม่เรียกวิธีนี้ว่า “Negative Architecture” หรือสถาปัตยกรรมแห่งการลบออก
ความน่าอัศจรรย์ที่สุดของเปตราไม่ใช่ความสวยงามของอาคาร แต่คือระบบน้ำที่ชาวนาบาเทียนสร้างขึ้นเพื่อเลี้ยงประชากรกว่า 30,000 คนในกลางทะเลทราย พวกเขาสร้างระบบท่อดินเผาและคลองหินที่ทอดยาวหลายสิบกิโลเมตรเพื่อนำน้ำฝนและน้ำพุจากภูเขามาเก็บไว้ในแอ่งกักน้ำขนาดใหญ่ ระบบนี้ซับซ้อนและแม่นยำมากจนนักวิศวกรสมัยใหม่ยังยกย่องว่าเป็นหนึ่งในระบบจัดการน้ำที่ดีที่สุดในประวัติศาสตร์มนุษยชาติ
อัล-คาซเนห์ (Al-Khazneh) หรือ “คลังสมบัติ” คือสิ่งก่อสร้างที่โด่งดังที่สุดในเปตรา สูงกว่า 40 เมตรและกว้างกว่า 28 เมตร แกะสลักจากหน้าผาหินทรายสีชมพูชิ้นเดียวอย่างสมบูรณ์แบบ ความน่าทึ่งคือการสลักจากบนลงล่าง ซึ่งต้องการการวางแผนอย่างละเอียดตั้งแต่ต้นเพราะไม่สามารถแก้ไขได้หลังจากสลักไปแล้ว
ทางเข้าสู่เปตราคือช่องหินแคบที่เรียกว่า Siq ยาวกว่า 1.2 กิโลเมตร สูงถึง 80 เมตร ซึ่งเกิดจากแผ่นดินไหวที่แยกหินออกตามรอยเลื่อนตามธรรมชาติ ชาวนาบาเทียนใช้ช่องทางธรรมชาตินี้และปรับปรุงให้เป็นทางเข้าเมืองที่ทั้งปลอดภัยและน่าตื่นตาตื่นใจ รวมถึงสร้างท่อน้ำในผนังหินตลอดสองข้างทาง
—
—
ชาวนาบาเทียนไม่ได้ต่อสู้กับธรรมชาติ แต่เรียนรู้ที่จะทำงานร่วมกับมัน พวกเขาไม่ได้นำวัสดุมาวางทับบนพื้นดิน แต่เปิดเผยความงามที่ซ่อนอยู่ในหินออกมา ไม่ได้บังคับน้ำ แต่นำทางให้น้ำไหลไปตามธรรมชาติ นั่นคือปรัชญาการก่อสร้างที่โลกสมัยใหม่กำลังเรียนรู้กลับมาใหม่
คุณคิดว่าถ้าได้เดินเข้าไปใน Siq และเห็นอัล-คาซเนห์ครั้งแรก ความรู้สึกแรกจะเป็นอะไร? คอมเมนต์บอกกันได้เลยครับ 
—
เพราะงานก่อสร้างที่ยิ่งใหญ่เรียนรู้จากธรรมชาติเสมอ

