.
หากคุณกำลังมองหาพื้นที่ทนทาน สวยงาม เหมาะกับการใช้งานหนัก วันนี้เรามาทำความรู้จักกับ “พื้นลิควิดฮาร์ดฟลอร์” หนึ่งในระบบพื้นที่กำลังได้รับความนิยมในอุตสาหกรรม พาณิชยกรรม และอาคารต่างๆ
.
.
ลิควิดฮาร์ดฟลอร์ (Liquid Hard Floor) หรือที่เรียกอีกชื่อว่า Liquid Screed หรือ Self-Leveling Floor คือระบบพื้นที่เทเป็นของเหลว แล้วไหลเกลี่ยตัวเองให้เรียบอัตโนมัติ ก่อนแข็งตัวเป็นพื้นที่เรียบเงา แข็งแรง และทนทานมาก
.
คำว่า “Liquid” หมายถึงสภาพเหลวขณะเท
คำว่า “Hard Floor” หมายถึงพื้นที่แข็งและทนทานหลังแข็งตัว
.
.
1. ซีเมนต์คุณภาพสูง
เป็นตัวยึดเกาะหลักของระบบ
.
2. ทรายละเอียด
ทรายเกรดพิเศษที่มีขนาดสม่ำเสมอ
.
3. สารเติมแต่ง (Additives)
• สารลดน้ำ (Water Reducer)
• สารเพิ่มความเหนียว (Plasticizer)
• สารควบคุมการแข็งตัว
• สารป้องกันการแตกร้าว
• สารเพิ่มความแข็งแรง
.
4. น้ำ
ปริมาณที่คำนวณอย่างแม่นยำ
.
5. เส้นใยสังเคราะห์ (ถ้ามี)
เพื่อเสริมความแข็งแรงและป้องกันการแตก
.
.
1. แบบซีเมนต์ (Cementitious Self-Leveling)
• ใช้ซีเมนต์เป็นหลัก
• ราคาประหยัด
• ใช้กันแพร่หลาย
• เหมาะกับงานทั่วไป
.
2. แบบอีพ็อกซี่ (Epoxy Self-Leveling)
• ใช้เรซินอีพ็อกซี่
• ทนสารเคมีสูง
• กันน้ำได้ดีเยี่ยม
• ราคาสูงกว่า
• เหมาะกับโรงงานอุตสาหกรรม
.
3. แบบโพลียูรีเทน (Polyurethane Self-Leveling)
• ยืดหยุ่นสูง
• ทนแรงกระแทก
• ทนสารเคมี
• เหมาะกับพื้นที่มีการสั่นสะเทือน
.
4. แบบคอนกรีตขัดมัน (Polished Concrete)
• ใช้คอนกรีตพิเศษ
• ขัดเงาด้วยเครื่อง
• ผิวเรียบเงาธรรมชาติ
• ทนทานที่สุด
.
.
1. ผิวเรียบเสมอกันทั้งพื้นที่
ไหลเกลี่ยตัวเองได้ เรียบกว่าการเกลี่ยด้วยมือ ความผิดเบี่ยงเบนน้อยกว่า 3 มิลลิเมตรต่อ 3 เมตร
2. ความแข็งแรงสูง
รับน้ำหนักและแรงกดได้ดีมาก เหมาะกับพื้นที่จราจรหนัก
3. ทนทานต่อการใช้งาน
ทนต่อการขัดถู แรงกระแทก น้ำหนัก อายุการใช้งาน 10-20 ปีหรือมากกว่า
4. ผิวเงางาม
สามารถขัดเงาได้ ดูสวยงาม มีระดับ เพิ่มความสว่างภายในอาคาร
5. ไม่มีรอยต่อ
พื้นต่อเนื่อง ไม่มีรอยแตก ทำความสะอาดง่าย
6. กันฝุ่น
พื้นผิวแน่น ไม่เป็นฝุ่นคอนกรีต ลดการสะสมของฝุ่นละออง
7. ทนต่อสารเคมี
ขึ้นอยู่กับประเภท แต่ส่วนใหญ่ทนสารเคมีได้ดี
8. ติดตั้งรวดเร็ว
เทและไหลเร็ว ประหยัดเวลาก่อสร้าง
9. ทำความสะอาดง่าย
ผิวเรียบ ไม่ซับน้ำ เช็ดถูง่าย
10. ปรับระดับได้ดี
เหมาะกับพื้นที่ไม่ราบ ปรับระดับให้เรียบได้
1. ตรวจสอบและเตรียมพื้นฐาน
• ตรวจสอบพื้นคอนกรีตเดิม
• วัดความแข็งแรง ความชื้น
• ตรวจหารอยแตก รอยรั่ว
• ประเมินความเหมาะสม
2. ซ่อมแซมพื้นฐาน
• อุดรอยแตก รอยร้าว
• ปรับระดับจุดต่ำสุด-สูงสุด
• ทำความสะอาดสิ่งสกปรก
• กำจัดคราบน้ำมัน ไขมัน
3. ขัดและเจียระไนพื้นผิว
• ใช้เครื่องขัดพื้นคอนกรีต
• ทำให้ผิวหยาบเพื่อเพิ่มการยึดเกาะ
• ดูดฝุ่นออกให้หมด
4. ทาไพรเมอร์ (Primer)
• ทาสารไพรเมอร์บนพื้น
• เพิ่มการยึดเกาะระหว่างพื้นเดิมและพื้นใหม่
• ปิดรูพรุนของคอนกรีต
• รอให้แห้งตามเวลาที่กำหนด (4-24 ชั่วโมง)
5. ติดตั้งฉนวนกันความร้อน (ถ้าต้องการ)
• สำหรับพื้นที่ต้องการฉนวน
• เช่น ใต้ระบบทำความร้อนพื้น
6. ผสมลิควิดฮาร์ดฟลอร์
• ผสมตามสัดส่วนที่กำหนดอย่างเคร่งครัด
• ใช้เครื่องผสมอัตโนมัติ
• ควบคุมความเหลวให้เหมาะสม
7. เทและเกลี่ย
• เทส่วนผสมลงบนพื้น
• ใช้ไม้ถูหรือ Rake กระจายคร่าวๆ
• วัสดุจะไหลเกลี่ยตัวเองให้เรียบ
• ใช้ Roller ที่มีหนาม (Spike Roller) ช่วยให้ฟองอากาศออก
8. บ่มพื้น
• ปล่อยให้แข็งตัว
• ระยะเวลาขึ้นอยู่กับชนิดวัสดุ (6-24 ชั่วโมง)
• ควบคุมอุณหภูมิและความชื้น
• ไม่ให้แห้งเร็วเกินไป
9. ขัดเงา (ถ้าต้องการ)
• ใช้เครื่องขัดพื้นขัดเงา
• หลายขั้นตอน ตั้งแต่หยาบไปละเอียด
• ทำให้พื้นเงางามยิ่งขึ้น
10. เคลือบผิว (ถ้าต้องการ)
• ทาสารเคลือบผิว (Sealer)
• ป้องกันคราบ รอยขีดข่วน
• เพิ่มความเงา
• ง่ายต่อการทำความสะอาด
11. ส่งมอบงาน
• ตรวจสอบคุณภาพ
• ทดสอบความเรียบ
• อธิบายวิธีดูแลรักษา
• เตรียมพื้นผิว: 1-2 วัน
• ทาไพรเมอร์และรอแห้ง: 1 วัน
• เทลิควิดฮาร์ดฟลอร์: 1 วัน
• บ่มและแข็งตัว: 2-7 วัน
• ขัดเงา (ถ้าต้องการ): 1-2 วัน
รวมประมาณ 5-14 วัน ขึ้นอยู่กับพื้นที่และระบบ
1. โรงงานอุตสาหกรรม
พื้นที่ผลิต คลังสินค้า โกดัง ทนทานต่อการใช้งานหนัก
2. อาคารสำนักงาน
ล็อบบี้ ห้องโถง ห้องประชุม สร้างความประทับใจ
3. ห้างสรรพสินค้า
โชว์รูม ร้านค้า พื้นที่จราจรสูง
4. โรงพยาบาล
พื้นที่ต้องการความสะอาดสูง ทำความสะอาดง่าย
5. ลานจอดรถ
ทั้งกลางแจ้งและในอาคาร รับน้ำหนักรถได้ดี
6. สถานศึกษา
โรงเรียน มหาวิทยาลัย ห้องสมุด ห้องปฏิบัติการ
7. ศูนย์กีฬา
ฟิตเนส สนามกีฬาในร่ม พื้นที่ออกกำลังกาย
8. สนามบิน
พื้นที่โถงผู้โดยสาร ทนทาน สวยงาม
9. ร้านอาหาร
ครัว โรงอาหาร ทำความสะอาดง่าย ถูกสุขลักษณะ
10. บ้านพักอาศัย
ห้องนั่งเล่น ห้องครัว โมเดิร์น มินิมอล
ราคาขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย:
• ประเภทของวัสดุ
• ความหนาที่เท (5-50 มิลลิเมตร)
• ขนาดพื้นที่
• สภาพพื้นเดิม
• การเคลือบผิวและขัดเงา
ราคาโดยประมาณ:
• แบบมาตรฐาน: 400-800 บาท/ตร.ม.
• แบบพรีเมียม: 800-1,500 บาท/ตร.ม.
• รวมขัดเงา: 1,200-2,500 บาท/ตร.ม.
เปรียบเทียบกับพื้นอื่น:
• ถูกกว่า Epoxy คุณภาพสูง
• แพงกว่าคอนกรีตทั่วไป
• ราคาใกล้เคียง Terrazzo
• พื้นทั่วไป: 5-10 มม.
• พื้นรับน้ำหนักปานกลาง: 10-20 มม.
• พื้นรับน้ำหนักหนัก: 20-50 มม.
• ปรับระดับ: ตามความต้องการ
การดูแลเบื้องต้น:
• กวาดเศษฝุ่นทุกวัน
• ถูพื้นด้วยน้ำสะอาดหรือน้ำยาอ่อน
• เช็ดแห้งเมื่อมีน้ำหก
• หลีกเลี่ยงของแข็งแหลมคมขีดข่วน
การดูแลระยะยาว:
• ทาสารเคลือบผิวใหม่ทุก 2-3 ปี
• ขัดเงาเมื่อพื้นขุ่น (5-7 ปี)
• ตรวจสอบรอยแตกและซ่อมแซม
สิ่งที่ควรหลีกเลี่ยง:
• น้ำยาทำความสะอาดที่มีกรดแก่มาก
• ใช้แปรงหยาบเกินไปขัดถู
• ปล่อยให้น้ำขังนาน
• ผิวเรียบเสมอกันมาก
• ความแข็งแรงสูง
• ทนทาน อายุยืน
• สวยงาม เงางาม
• ไม่มีรอยต่อ
• กันฝุ่น
• ทำความสะอาดง่าย
• ติดตั้งเร็ว
• ราคาสูงกว่าคอนกรีตทั่วไป
• ต้องการช่างฝีมือและอุปกรณ์เฉพาะ
• ไม่เหมาะกับพื้นที่มีความชื้นสูงมาก (ถ้าไม่ทำกันซึม)
• อาจแตกร้าวได้ถ้าโครงสร้างไม่แข็งแรง
• การซ่อมแซมยากกว่าพื้นทั่วไป
• เรียบกว่า
• แข็งแรงกว่า
• สวยกว่า
• แต่ราคาแพงกว่า
• แข็งแรงกว่า
• ราคาถูกกว่า
• แต่ทนสารเคมีน้อยกว่า
• เงางามใกล้เคียงกัน
• ไม่มีรอยต่อ
• ทนทานกว่า
• ติดตั้งเร็วกว่า
• แต่หลากหลายสีน้อยกว่า
• ติดตั้งเร็วกว่า
• ราคาใกล้เคียงกัน
• บำรุงรักษาง่ายกว่า
• แต่สีสันน้อยกว่า
แม้ลิควิดฮาร์ดฟลอร์จะมีสีจำกัด แต่สามารถตกแต่งได้หลายวิธี:
1. เลือกสีปูนที่ผสม
เทาธรรมชาติ ขาว ดำ หรือสีตามต้องการ
2. ขัดเงาระดับต่างๆ
• Matt – ด้าน
• Satin – กึ่งเงา
• Gloss – เงามาก
3. ใส่สีผงเมื่อยังเปียก
สร้างลายหินอ่อน ลายหินแกรนิต
4. ตัดร่อง (Saw Cut)
ตัดเส้นสร้างลวดลาย รูปทรงเรขาคณิต
5. ฝังโลหะหรือแก้ว
สร้างลวดลายพิเศษ
6. ย้อมสี (Staining)
ใช้สีย้อมคอนกรีตสร้างลวดลาย
การทดสอบคุณภาพ:
• กำลังอัด (Compressive Strength)
• ความแข็งผิว (Surface Hardness)
• การหดตัว (Shrinkage)
• การยึดเกาะ (Bond Strength)
• ความเรียบผิว (Flatness – SR/FF)
มาตรฐานสากล:
• ASTM C109 – กำลังอัดของซีเมนต์
• ASTM E1155 – ความเรียบของพื้น
• EN 13813 – พื้น Screed ในอาคาร
• BS 8204 – พื้นคอนกรีตในอาคาร
พิจารณาปัจจัย:
1. การใช้งาน – น้ำหนัก ความถี่ ประเภทกิจกรรม
2. งบประมาณ – เปรียบเทียบต้นทุนระยะสั้นและยาว
3. เวลา – ระยะเวลาก่อสร้างที่มี
4. ความสวยงาม – สไตล์ที่ต้องการ
5. การบำรุงรักษา – เวลาและค่าใช้จ่ายที่ยอมรับได้
เลือกผู้รับเหมาที่ดี:
• มีประสบการณ์จริง
• มีผลงานให้ดู
• ใช้วัสดุคุณภาพ
• ให้การรับประกัน
• ราคาสมเหตุสมผล
เทคโนโลยีใหม่ที่กำลังพัฒนา:
• วัสดุที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมมากขึ้น
• สูตรที่แข็งตัวเร็วขึ้น
• ความแข็งแรงสูงขึ้น
• สีสันและลวดลายหลากหลายขึ้น
• ระบบติดตั้งที่ง่ายขึ้น
ลิควิดฮาร์ดฟลอร์เป็นระบบพื้นที่ทันสมัย ให้ผลลัพธ์ที่เรียบเนียน แข็งแรง ทนทาน และสวยงาม เหมาะสำหรับพื้นที่ที่ต้องการความแข็งแรงสูง การใช้งานหนัก และความสวยงามระดับมืออาชีพ
แม้ราคาจะสูงกว่าคอนกรีตทั่วไป แต่เมื่อคำนึงถึงอายุการใช้งาน ค่าบำรุงรักษา และความสวยงาม ลิควิดฮาร์ดฟลอร์ถือเป็นการลงทุนที่คุ้มค่าในระยะยาว
หากคุณกำลังมองหาพื้นที่มีคุณภาพสูง พิจารณาลิควิดฮาร์ดฟลอร์เป็นทางเลือกหนึ่งที่น่าสนใจ
.
.
.

