.
โครงสร้างอาคารเปรียบเสมือนโครงกระดูกของมนุษย์ หากโครงสร้างอ่อนแอหรือชำรุด จะส่งผลต่อความปลอดภัยของผู้อยู่อาศัยและทรัพย์สินภายในอาคาร วันนี้เรามาทำความรู้จักกับงานซ่อมโครงสร้างอาคาร สัญญาณเตือน วิธีการซ่อม และความสำคัญของการดูแลรักษาอาคารให้มั่นคงปลอดภัย
.
.
โครงสร้างอาคารคือส่วนที่รับน้ำหนักและแรงกระทำต่างๆ ของอาคาร ประกอบด้วย:
.
• เสา (Column) – รับน้ำหนักจากคาน พื้น หลังคา
• คาน (Beam) – รับน้ำหนักพื้นและถ่ายไปยังเสา
• พื้น (Slab) – รับน้ำหนักบรรทุกและคนใช้งาน
• ฐานราก (Foundation) – รับน้ำหนักทั้งหมดถ่ายสู่ดิน
• ผนังรับน้ำหนัก (Load-bearing Wall) – รับและถ่ายน้ำหนัก
.
.
.
1. รอยแตกขนาดใหญ่ที่เสา คาน
รอยแตกกว้างเกิน 3 มิลลิเมตร โดยเฉพาะในแนวทแยง
.
2. คอนกรีตหลุดลอก เห็นเหล็กเสริม
เหล็กโผล่ พร้อมมีสนิม คอนกรีตหลุดเป็นแผ่น
.
3. เสาหรือคานโก่ง งอ
เห็นได้ชัดด้วยตาเปล่า โครงสร้างเสียรูป
.
4. พื้นทรุด มีการยุบตัว
พื้นเอียง มีแนวโน้มทรุดลงเรื่อยๆ
.
5. น้ำรั่วซึมมาก
น้ำซึมผ่านคาน เสา หรือพื้น อย่างต่อเนื่อง
.
6. เสียงผิดปกติ
เสียงแตก เสียงดัง เมื่อเดินหรือมีแรงสั่นสะเทือน
.
.
1. รอยแตกเล็กๆ ที่ผนัง เพดาน
รอยแตกผม รอยแตกตามมุม
.
2. ประตู หน้าต่างติดขัด
เปิด-ปิดยาก บานเอียง
.
3. คราบน้ำซึมเล็กน้อย
คราบเปียก คราบเหลือง ที่คาน เสา
.
4. ผนังปูนร่วง
ปูนผนังผุกร่อน หลุดลอกเป็นหย่อมๆ
.
5. พื้นไม่เรียบ
มีความลาดเอียงเล็กน้อย น้ำไหลไปทางใดทางหนึ่ง
.
.
1. อายุการใช้งาน
คอนกรีตและเหล็กเสื่อมสภาพตามกาลเวลา โดยทั่วไป 30-50 ปี
.
2. การออกแบบหรือก่อสร้างไม่ถูกต้อง
คำนวณน้ำหนักไม่พอ ใช้วัสดุไม่ได้มาตรฐาน
.
3. น้ำหนักเกินกำลังรับ
เพิ่มชั้นอาคาร วางของหนักเกินกำหนด
.
4. น้ำรั่วซึม
ความชื้นทำให้เหล็กเสริมเป็นสนิม ขยายตัว คอนกรีตแตก
.
5. แผ่นดินไหว
แรงสั่นสะเทือนทำให้โครงสร้างเสียหาย
.
6. การขุดเจาะบริเวณใกล้เคียง
ดินเคลื่อนตัว ส่งผลต่อฐานราก
.
7. ไฟไหม้
ความร้อนสูงทำลายความแข็งแรงของคอนกรีตและเหล็ก
.
8. สารเคมีกัดกร่อน
ในบริเวณอุตสาหกรรม ใกล้ทะเล
.
9. ปลวก
ทำลายไม้ในโครงสร้าง (อาคารเก่า)
.
10. ขาดการบำรุงรักษา
ไม่มีการตรวจสอบและดูแล
.
วิธีการ:
• ฉีดอีพ็อกซี่เข้ารอยแตก (Epoxy Injection)
• อุดรอยแตกด้วยโพลียูรีเทน
• ติดแผ่นเสริมคาร์บอนไฟเบอร์ (Carbon Fiber)
• เสริมเหล็กและหล่อคอนกรีตทับ
เหมาะกับ: รอยแตกไม่ลึก โครงสร้างยังมั่นคง
วิธีการ:
• รื้อคอนกรีตชำรุดออก
• ทำความสะอาดและขัดเหล็กเสริม
• ทาสารป้องกันสนิมเหล็ก
• ฉีดคอนกรีตเสริมแรง (Shotcrete)
• หรือหล่อคอนกรีตซ่อมแซม (Repair Mortar)
เหมาะกับ: คอนกรีตหลุดลอก เหล็กเป็นสนิม
วิธีการ:
• เพิ่มเสา คาน
• หุ้มเสาด้วยคอนกรีตใหม่ (Jacketing)
• เสริมด้วยแผ่นเหล็ก (Steel Plate Bonding)
• ติดคาร์บอนไฟเบอร์ (FRP Strengthening)
• ใส่เหล็กเสริมเพิ่ม
เหมาะกับ: โครงสร้างอ่อนแอ ต้องรับน้ำหนักเพิ่ม
วิธีการ:
• ขยายฐานราก (Underpinning)
• ตอกเสาเข็มเสริม (Micropile)
• ฉีดน้ำยาเข้าดิน (Grouting)
• ยกพื้นที่ทรุด (Slab Jacking)
เหมาะกับ: ฐานรากทรุด อาคารเอียง
วิธีการ:
• ขัดสนิมออก
• ทาสารป้องกันสนิม (Rust Inhibitor)
• ทาสารกันซึม Cathodic Protection
• เคลือบป้องกันคาร์บอเนชั่น
เหมาะกับ: เหล็กเริ่มเป็นสนิม ป้องกันความเสียหายเพิ่ม
วิธีการ:
• ฉีดน้ำยากันซึม (Injection)
• ทากันซึมภายนอก-ภายใน
• ซ่อมรอยร่วม รอยต่อ
• ติดตั้งระบบระบายน้ำ
เหมาะกับ: ปัญหาน้ำรั่วซึมเข้าโครงสร้าง
วิธีการ:
• ประเมินความเสียหาย
• รื้อส่วนที่เสียหายหนัก
• ขัดล้างคราบเขม่า
• ฉีดทรายผิวคอนกรีต
• ซ่อมแซมหรือเปลี่ยนใหม่
เหมาะกับ: อาคารที่ประสบเหตุเพลิงไหม้
วิธีการ:
• ตรวจสอบความเสียหายทั้งหมด
• ซ่อมรอยแตก
• เสริมกำลังจุดอ่อน
• ติดตั้งอุปกรณ์ดูดซับแรงสั่น (Damper)
เหมาะกับ: อาคารหลังแผ่นดินไหว
1. การตรวจสอบและประเมิน
• ตรวจสอบด้วยสายตา
• ตรวจวัดรอยแตก
• ทดสอบความแข็งแรงคอนกรีต (Schmidt Hammer, Core Test)
• ตรวจหาเหล็กเสริม (Rebar Scanner)
• ตรวจสนิม คาร์บอเนชั่น
• ทำรายงานประเมินโดยวิศวกร
2. วางแแนและออกแบบการซ่อม
• วิศวกรออกแบบวิธีซ่อม
• คำนวณกำลังที่ต้องการ
• เลือกวัสดุและวิธีการ
• จัดทำแบบการซ่อม
3. เตรียมพื้นที่และความปลอดภัย
• กั้นพื้นที่ทำงาน
• ติดป้ายเตือน
• ค้ำยันส่วนที่อันตราย
• เตรียมนั่งร้าน บันได
• ติดตั้งอุปกรณ์ความปลอดภัย
4. รื้อถอนส่วนที่ชำรุด
• รื้อคอนกรีตที่หลุดลอก
• ตัด เจาะ ถอนส่วนที่เสียหาย
• ระมัดระวังไม่ทำลายส่วนดี
• ขนเศษวัสดุออก
5. เตรียมผิวและทำความสะอาด
• ขัดเหล็กเสริมให้สะอาด
• ล้างผิวคอนกรีต
• ทำผิวหยาบเพื่อยึดเกาะ
• ทาสารไพรเมอร์
6. ซ่อมแซมหรือเสริมกำลัง
• ติดตั้งเหล็กเสริมเพิ่ม
• ฉีดหรือหล่อคอนกรีตซ่อม
• ติดแผ่นเสริมแรง
• ฉีดอีพ็อกซี่
ตามวิธีที่ออกแบบ
7. บ่มและรอให้แข็งตัว
• รดน้ำบ่มคอนกรีต
• รอตามระยะเวลาที่กำหนด
• ควบคุมอุณหภูมิและความชื้น
8. ตกแต่งผิว
• ฉาบปูน
• ทาสี
• ติดกระเบื้อง
ตามต้องการ
9. ตรวจสอบและทดสอบ
• ตรวจความแข็งแรง
• ทดสอบรับน้ำหนัก
• ตรวจรอยแตก การรั่วซึม
10. ส่งมอบและติดตามผล
• ส่งมอบงาน
• ให้คำแนะนำการดูแล
• ติดตามหลังซ่อม 6-12 เดือน
1. คาร์บอนไฟเบอร์ (Carbon Fiber Reinforced Polymer)
• น้ำหนักเบา แข็งแรงกว่าเหล็ก 5-10 เท่า
• ไม่เป็นสนิม ทนสารเคมี
• ติดตั้งง่าย ไม่เพิ่มน้ำหนักโครงสร้าง
• ราคาสูง
2. คอนกรีตซ่อมแซมพิเศษ (Repair Mortar)
• แข็งตัวเร็ว ใช้งานได้ไว
• ยึดเกาะดี หดตัวน้อย
• ทนทาน กันน้ำ
3. อีพ็อกซี่โครงสร้าง (Structural Epoxy)
• กำลังยึดเกาะสูงมาก
• เติมเต็มรอยแตกได้ดี
• ทนสารเคมี ทนน้ำ
4. เครื่องมือตรวจสอบทันสมัย
• Ultrasonic Tester – ตรวจหาความบกพร่องภายใน
• Ground Penetrating Radar – ดูโครงสร้างใต้ผิว
• 3D Laser Scanner – สแกน 3 มิติ
• Drone – ถ่ายภาพตรวจสอบจุดสูง
บ้านเดี่ยว ทาวน์เฮาส์ คอนโดมิเนียม อพาร์ทเมนต์
สำนักงาน ห้างสรรพสินค้า โรงแรม
โรงงาน คลังสินค้า โกดัง
โรงพยาบาล โรงเรียน วัด สนามกีฬา
สะพาน อุโมงค์ ถังเก็บน้ำ
ป้องกันอาคารถล่ม บาดเจ็บ เสียชีวิต
ซ่อมทันท่วงที ทำให้ใช้งานได้นานขึ้น
ซ่อมเล็กถูกกว่าซ่อมใหญ่ ถูกกว่าสร้างใหม่
อาคารที่มีโครงสร้างดีมีมูลค่าสูง
อยู่อาศัย ใช้งานอย่างสบายใจ
เป็นไปตามพระราชบัญญัติควบคุมอาคาร
มาตรฐานไทย:
• มอก. 15 – เหล็กเสริมคอนกรีต
• มอก. 58 – คอนกรีตผสมเสร็จ
• พ.ร.บ. ควบคุมอาคาร พ.ศ. 2522
• กฎกระทรวงฉบับต่างๆ
มาตรฐานสากล:
• ACI 546 – Concrete Repair Guide
• ACI 562 – Code Requirements for Assessment, Repair, and Rehabilitation
• ASTM C39 – Compressive Strength of Concrete
• ISO 16311 – Maintenance and Repair of Concrete Structures
• งานซ่อมเล็กน้อย: 3-7 วัน
• งานซ่อมขนาดกลาง: 2-4 สัปดาห์
• งานซ่อมขนาดใหญ่: 1-3 เดือน
• งานเสริมกำลังทั้งอาคาร: 3-6 เดือน
ขึ้นอยู่กับขนาด ความซับซ้อน และสภาพอากาศ
ควรมีคุณสมบัติ:
✓ มีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพวิศวกรรมควบคุม
✓ มีประสบการณ์จริง ดูผลงาน
✓ มีทีมวิศวกรและช่างฝีมือ
✓ มีอุปกรณ์และเครื่องมือครบ
✓ ใช้วัสดุมาตรฐาน
✓ ให้การรับประกัน
✓ มีประกันภัย
✓ ราคาสมเหตุสมผล โปร่งใส
1. ตรวจสอบอาคารสม่ำเสมอ
อย่างน้อยปีละ 2 ครั้ง หรือหลังเหตุการณ์พิเศษ
2. ซ่อมทันทีเมื่อพบปัญหา
อย่ารอให้เสียหายมาก
3. ใช้ผู้เชี่ยวชาญ
อย่าซ่อมเองหรือใช้ช่างทั่วไป
4. บันทึกประวัติการซ่อม
เก็บเอกสาร ใบเสร็จ รูปถ่าย
5. ดูแลรักษาหลังซ่อม
ทำตามคำแนะนำ ตรวจสอบติดตาม
6. ทำประกันอาคาร
ครอบคลุมความเสียหายจากภัยธรรมชาติ
โครงสร้างอาคารคือหัวใจสำคัญของความปลอดภัย การตรวจสอบ บำรุงรักษา และซ่อมแซมอย่างถูกวิธีและทันเวลาจะช่วยยืดอายุการใช้งาน ประหยัดค่าใช้จ่าย และที่สำคัญที่สุดคือรักษาชีวิตและทรัพย์สินของผู้อยู่อาศัย
อย่ารอจนกว่าจะเกิดความเสียหายหนัก หากพบสัญญาณผิดปกติ ควรปรึกษาวิศวกรโครงสร้างโดยเร็ว การซ่อมแซมที่ถูกต้องจะทำให้อาคารของคุณมั่นคง ปลอดภัย และใช้งานได้อีกยาวนาน
.
.
.

