การซ่อมแซมโครงสร้างที่เสียหายจากแผ่นดินไหวต้องเริ่มจากการประเมินระดับความเสียหายโดยวิศวกรโครงสร้างก่อนเสมอ วิธีซ่อมแซมที่ใช้ขึ้นอยู่กับความรุนแรงของความเสียหาย ตั้งแต่การอัดฉีดอีพ็อกซี่สำหรับรอยร้าวเล็กน้อย ไปจนถึงการหุ้มเสริมกำลังเสาด้วยแผ่นคาร์บอนไฟเบอร์หรือปลอกเหล็กสำหรับความเสียหายรุนแรง ไม่มีวิธีใดวิธีหนึ่งที่ใช้ได้กับทุกกรณี

🔍 ขั้นตอนแรก: ประเมินความเสียหายโดยวิศวกร

ก่อนเริ่มซ่อมแซมใด ๆ วิศวกรโครงสร้างต้องประเมินระดับความเสียหายก่อนว่าอยู่ในระดับใด ตั้งแต่ความเสียหายเล็กน้อยที่ไม่กระทบกำลังรับน้ำหนัก ไปจนถึงความเสียหายรุนแรงที่กระทบเสถียรภาพของอาคาร การซ่อมแซมโดยไม่ผ่านการประเมินอย่างถูกต้องอาจทำให้อาคารดูเหมือนปลอดภัยแต่ยังคงมีความเสี่ยงแฝงอยู่

🛠️ วิธีซ่อมแซมตามระดับความเสียหาย

รอยร้าวขนาดเล็กที่ไม่กระทบโครงสร้าง (Non-Structural Crack): ซ่อมด้วยการโป๊วปิดผิวและทาสีทับได้ตามปกติ

รอยร้าวเชิงโครงสร้างที่ยังไม่รุนแรง: ใช้วิธี Epoxy Injection อัดฉีดกาวอีพ็อกซี่ความหนืดต่ำเข้าไปประสานรอยร้าวให้กลับมารับแรงร่วมกันได้ดังเดิม เหมาะกับรอยร้าวแห้งที่ไม่มีการเคลื่อนตัวต่อเนื่อง

เสาหรือคานที่เสียหายปานกลางถึงรุนแรง: ใช้วิธี หุ้มเสริมกำลังด้วยแผ่นคาร์บอนไฟเบอร์ (CFRP Wrapping) พันรอบเสาหรือคานเพื่อเพิ่มความสามารถในการรับแรงเฉือนและแรงดัด เป็นวิธีที่น้ำหนักเบา ไม่เพิ่มขนาดหน้าตัดโครงสร้างมากนัก และติดตั้งได้รวดเร็ว

เสาที่เสียหายรุนแรงมาก: ใช้วิธี หุ้มปลอกเหล็ก (Steel Jacketing) หรือ ขยายหน้าตัดด้วยคอนกรีต (Concrete Jacketing) เพื่อเพิ่มกำลังรับน้ำหนักของเสาอย่างมีนัยสำคัญ เหมาะกับกรณีที่ต้องการเสริมกำลังโครงสร้างทั้งอาคารเพื่อรองรับแผ่นดินไหวในอนาคต

📐 มาตรฐานที่ควรอ้างอิง

การซ่อมแซมและเสริมกำลังโครงสร้างควรดำเนินการตามแนวทางของกรมโยธาธิการและผังเมือง และมาตรฐาน มยผ. ที่เกี่ยวข้องกับการเสริมกำลังโครงสร้างต้านทานแผ่นดินไหว เพื่อให้มั่นใจว่าการซ่อมแซมเป็นไปตามหลักวิศวกรรมที่ได้รับการยอมรับ ไม่ใช่การซ่อมแซมตามความเข้าใจทั่วไปโดยไม่มีการออกแบบรองรับ

⚠️ ข้อควรระวัง

ไม่ควรซ่อมแซมโครงสร้างที่เสียหายจากแผ่นดินไหวด้วยตัวเองโดยไม่มีการประเมินจากวิศวกร แม้จะดูเหมือนความเสียหายเล็กน้อย เพราะรอยร้าวที่มองเห็นอาจเป็นเพียงส่วนหนึ่งของความเสียหายที่แท้จริง การซ่อมผิวโดยไม่แก้ไขปัญหาเชิงโครงสร้างอาจทำให้อาคารดูปลอดภัยแต่ยังมีความเสี่ยงต่อการวิบัติหากเกิดแผ่นดินไหวซ้ำ

❓ คำถามที่พบบ่อย

Epoxy Injection กับ CFRP Wrapping ต่างกันอย่างไร Epoxy Injection ใช้ประสานรอยร้าวให้คอนกรีตกลับมารับแรงร่วมกันเหมือนเดิม เหมาะกับความเสียหายที่ไม่รุนแรง ส่วน CFRP Wrapping ใช้เพิ่มกำลังรับแรงของโครงสร้างให้มากกว่าเดิม เหมาะกับความเสียหายที่ต้องการเสริมความแข็งแรงเพิ่มเติม

ซ่อมด้วย CFRP ใช้เวลานานแค่ไหน โดยทั่วไปเร็วกว่าการหุ้มปลอกเหล็กหรือขยายหน้าตัดคอนกรีตมาก เนื่องจากน้ำหนักเบาและไม่ต้องใช้แบบหล่อคอนกรีตเพิ่มเติม มักใช้เวลาไม่กี่วันต่อจุดขึ้นอยู่กับขนาดพื้นที่

อาคารที่ซ่อมแซมแล้วจะทนแผ่นดินไหวครั้งต่อไปได้แน่นอนไหม การซ่อมแซมและเสริมกำลังตามมาตรฐานช่วยเพิ่มความสามารถในการรับแรงแผ่นดินไหวได้อย่างมีนัยสำคัญ แต่ไม่มีการรับประกันแบบสมบูรณ์ 100% ขึ้นอยู่กับความรุนแรงของแผ่นดินไหวครั้งต่อไปด้วย

ต้องปิดพื้นที่ระหว่างซ่อมแซมโครงสร้างหรือไม่ ส่วนใหญ่จำเป็นต้องปิดพื้นที่บริเวณที่ซ่อมแซมเพื่อความปลอดภัย โดยเฉพาะงานหุ้มปลอกเหล็กหรือขยายหน้าตัดคอนกรีตที่ต้องใช้เครื่องจักรและเวลาดำเนินงานนานกว่าการอัดฉีดอีพ็อกซี่

Interplug มีทีมผู้เชี่ยวชาญด้านการซ่อมแซมและเสริมกำลังโครงสร้างหลังแผ่นดินไหว ทำงานร่วมกับวิศวกรโครงสร้างเพื่อให้การซ่อมแซมเป็นไปตามมาตรฐานวิศวกรรม

ปรึกษาการซ่อมแซมโครงสร้างหลังแผ่นดินไหวได้ที่ Line OA: @interplug โทร: 086-780-8293 เว็บไซต์: www.interplug.co.th

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *