“ฝนตกทุกวัน แต่น้ำรั่วไม่ได้เกิดจากฝน — เกิดจากจุดอ่อนที่มีอยู่แล้วและรอแค่ฝนมากระตุ้น นี่คือสิ่งที่ต้องรู้เพื่อแก้ปัญหาได้ตรงจุด”
—
—
หน้าฝนในไทยเป็นช่วงที่ Interplug ได้รับการติดต่อมากที่สุด และคำถามที่ได้รับบ่อยที่สุดคือ “ซ่อมไปแล้วแต่ยังรั่วอยู่ เกิดอะไรขึ้น?” คำตอบส่วนใหญ่ไม่ได้อยู่ที่วัสดุหรือช่างที่ไม่ดี แต่อยู่ที่การไม่ได้แก้ที่ต้นตอของปัญหาตั้งแต่แรก
—
น้ำที่ซึมออกมาในห้องไม่ได้มาจากจุดนั้นเสมอไป น้ำเดินทางตามแรงโน้มถ่วงและรูพรุนในโครงสร้างได้ไกลมาก บางครั้งต้นตออยู่สูงกว่าหรือไกลกว่าจุดที่เห็นน้ำหลายเมตร การซ่อมเฉพาะจุดที่เห็นโดยไม่ตามหาต้นตอจึงมักไม่ได้ผลในระยะยาว
ซิลิโคนหรือกาวทั่วไปที่ขายตามร้านวัสดุก่อสร้างไม่ได้ออกแบบมาเพื่อทนแรงดันน้ำหรือการขยายตัวของรอยร้าว การใช้วัสดุผิดประเภทอาจให้ผลดีในช่วงแรกแต่จะเสื่อมสภาพและรั่วซ้ำในฤดูฝนถัดไป
วัสดุกันซึมส่วนใหญ่ต้องการผิวแห้งในการยึดเกาะ การซ่อมบนผิวที่ยังเปียกชื้นทำให้วัสดุไม่ยึดเกาะได้ดีและลอกออกเมื่อฝนตกครั้งต่อไป ยกเว้น PU Injection ที่ออกแบบมาเพื่อใช้งานขณะมีน้ำซึมอยู่
รอยร้าวบางประเภทเกิดจากการทรุดตัวของโครงสร้างที่ยังคงเกิดขึ้นอยู่ ถ้าไม่แก้ปัญหาโครงสร้างก่อน รอยร้าวจะขยายตัวต่อเนื่องและทำลายวัสดุซ่อมที่ใส่เข้าไปในที่สุด
—
ขั้นที่ 1 — ถ่ายรูปและบันทึกตำแหน่งน้ำรั่วทุกจุดขณะฝนตก
ขั้นที่ 2 — สังเกตว่าน้ำรั่วมากขึ้นหรือน้อยลงตามทิศทางลมและความแรงของฝน
ขั้นที่ 3 — ตามหาต้นตอโดยตรวจสอบบริเวณที่สูงกว่าจุดที่เห็นน้ำรั่ว
ขั้นที่ 4 — เลือกวัสดุให้ถูกประเภทตามสภาพปัญหา
ขั้นที่ 5 — ถ้าน้ำซึมขณะซ่อมให้ใช้ PU Injection หยุดน้ำก่อน จึงค่อยเคลือบระบบกันซึมทับ
—
—
ในหน้าฝนถ้าพบน้ำรั่วจุดใหม่ที่ไม่เคยมีมาก่อน ให้ถ่ายรูปไว้ก่อนทันที เพราะหลักฐานขณะฝนตกช่วยให้เราวินิจฉัยต้นตอได้แม่นยำกว่ามาก และอย่าเร่งซ่อมเองโดยไม่รู้ต้นตอ เพราะอาจทำให้น้ำหาทางออกใหม่และสร้างความเสียหายในจุดอื่นที่ควบคุมไม่ได้
—

