“ถนนในโครงการของคุณแตกร้าวซ้ำทุกปี ทั้งที่ซ่อมไปแล้ว — ปัญหาไม่ได้อยู่ที่ช่างหรือวัสดุ แต่อยู่ที่คำถามที่ไม่มีใครถามก่อนซ่อม”
ช่วงต้นหน้าฝนทุกปี Interplug ได้รับสายจากนิติบุคคล หมู่บ้าน และโรงงานที่มีปัญหาถนนแตกซ้ำในจุดเดิมเพิ่มขึ้นมากทุกครั้ง และเกือบทุกรายมีปัญหาเดียวกันคือซ่อมแค่ผิวหน้าโดยไม่ได้แก้ที่ต้นเหตุ
วัสดุอุดรอยต่อระหว่างแผ่นคอนกรีตมีอายุการใช้งาน 3–5 ปี เมื่อเสื่อมสภาพน้ำฝนจะซึมลงฐานรากในทุกครั้งที่ฝนตก ทำให้ดินใต้ถนนอ่อนตัวและถนนทรุดตัวไม่สม่ำเสมอ ถึงแม้จะซ่อมผิวหน้าใหม่กี่ครั้งก็ตามปัญหาจะวนกลับมาเสมอ
เมื่อน้ำซึมลงฐานรากนานๆ จะเกิดโพรงใต้แผ่นคอนกรีต การซ่อมผิวหน้าทับลงไปโดยไม่อัด Grouting เพื่ออุดโพรงก่อนเหมือนกับการทาสีทับรอยร้าว ดูดีในระยะสั้นแต่พังเร็วกว่าเดิม
ถนนในโครงการหลายแห่งมีความลาดเอียงไม่เพียงพอหรือรางระบายน้ำอุดตัน ทำให้น้ำขังบนถนนและซึมลงโครงสร้างอย่างต่อเนื่อง การแก้ไขที่ถูกต้องต้องปรับความลาดเอียงและระบบระบายน้ำควบคู่ไปกับการซ่อมผิวหน้า
ขั้นที่ 1 — วิเคราะห์สาเหตุก่อนเสมอ
ตรวจสอบว่าถนนทรุดจากโพรงใต้ฐานราก น้ำซึมจากรอยต่อ หรือน้ำหนักเกินกำลัง เพราะแต่ละสาเหตุต้องการวิธีแก้ที่แตกต่างกัน
ขั้นที่ 2 — อัด Grouting อุดโพรงก่อนซ่อมผิวหน้า
ถ้าพบโพรงใต้ถนนต้องอัดวัสดุ Grouting เพื่อเติมเต็มโพรงก่อน เพื่อให้แผ่นคอนกรีตมีฐานรองรับที่มั่นคงก่อนซ่อมผิวหน้า
ขั้นที่ 3 — เปลี่ยนวัสดุอุดรอยต่อใหม่ทั้งหมด
เปลี่ยน Joint Sealant รอยต่อทุกจุดด้วย Polyurethane Sealant คุณภาพสูงที่ยืดหยุ่นและทนน้ำได้ดี
ขั้นที่ 4 — ซ่อมผิวหน้าด้วย Polymer Modified Mortar
ซ่อมรอยแตกและผิวหน้าด้วยวัสดุที่มีความยืดหยุ่นและแข็งแรงกว่าคอนกรีตธรรมดา
ขั้นที่ 5 — เคลือบ Penetrating Sealer ป้องกันน้ำซึม
เคลือบสารซึมเข้าเนื้อคอนกรีตเพื่อปิดรูพรุนและป้องกันน้ำซึมเข้าในระยะยาว
—
—
ก่อนซ่อมถนนทุกครั้ง ถามผู้รับเหมาว่า “คุณวิเคราะห์สาเหตุก่อนเสนอราคาไหม?” ถ้าตอบว่าไม่ หรือเสนอแค่การซ่อมผิวหน้าโดยไม่ตรวจฐานราก นั่นคือสัญญาณว่าปัญหาจะกลับมาอีก
—

