“พื้นไม้ในคอนโดที่ดูสวยงามวันนี้ อาจบวม โก่ง หรือแตกร้าวภายในไม่กี่ปี ถ้าเลือกผิดประเภทหรือดูแลผิดวิธีตั้งแต่แรก”
—
การเลือกพื้นไม้สำหรับคอนโดในไทยมีความท้าทายมากกว่าประเทศที่มีอากาศเย็น เพราะความร้อนและความชื้นสูงคือศัตรูตัวฉกาจของพื้นไม้ทุกประเภท การเลือกให้เหมาะสมตั้งแต่แรกจึงสำคัญมากกว่าการแก้ไขภายหลัง
—
โครงสร้าง — ผิวหน้าพิมพ์ลายไม้บน HDF แกนกลาง
ทนความชื้น — ต่ำ น้ำซึมรอยต่อได้ง่าย
เหมาะกับ — ห้องนอนและห้องนั่งเล่นที่แห้ง ไม่มีความชื้นสูง
ข้อดี — ราคาถูกที่สุด ติดตั้งเร็ว ลวดลายหลากหลาย
ข้อเสีย — บวมง่ายเมื่อโดนน้ำ ซ่อมไม่ได้ ต้องเปลี่ยนทั้งแผ่น
อายุงานในไทย — 5–10 ปี ถ้าดูแลดี
โครงสร้าง — ไม้จริงชั้นบน แกนกลาง HDF หลายชั้น
ทนความชื้น — ปานกลางถึงดี ทนได้ดีกว่า Laminate มาก
เหมาะกับ — ทุกห้องในคอนโด รวมถึงห้องที่มีแอร์ตลอดเวลา
ข้อดี — สวยงามใกล้เคียงไม้จริง ขัดและทาสีใหม่ได้ เสถียรภาพสูง
ข้อเสีย — ราคาสูงกว่า Laminate ขัดใหม่ได้จำกัดครั้ง
อายุงานในไทย — 15–25 ปี 
โครงสร้าง — คอมโพสิตหินและพลาสติก ผิวหน้าลายไม้
ทนความชื้น — สูงมาก กันน้ำ 100%
เหมาะกับ — ทุกห้องรวมถึงห้องครัวและพื้นที่ชื้น
ข้อดี — กันน้ำสมบูรณ์ ทนทานสูง ไม่บวมแม้โดนน้ำ
ข้อเสีย — ให้ความรู้สึกแข็งกว่าไม้จริง ซ่อมไม่ได้ต้องเปลี่ยนแผ่น
อายุงานในไทย — 15–20 ปี 
โครงสร้าง — ไม้แท้ทั้งแผ่น ไม่มีการผสม
ทนความชื้น — ต่ำ ไวต่อการเปลี่ยนแปลงความชื้นและอุณหภูมิมาก
เหมาะกับ — ห้องที่ควบคุมอุณหภูมิและความชื้นได้ดีตลอดเวลา
ข้อดี — สวยงามที่สุด อายุยาวนานถ้าดูแลถูกต้อง ขัดใหม่ได้หลายครั้ง
ข้อเสีย — ราคาสูงมาก บิดงอได้ง่ายในอากาศร้อนชื้นของไทย
อายุงานในไทย — 20–30 ปี ถ้าดูแลอย่างถูกต้องมาก
—
—
—
สำหรับคอนโดในไทยที่มีอากาศร้อนชื้นและเปิดแอร์บ่อย ทีมแนะนำ Engineering Wood หรือ SPC Floor เป็นตัวเลือกที่คุ้มค่าที่สุดในระยะยาว เพราะทั้งสองประเภทมีเสถียรภาพสูงกว่าและทนต่อการเปลี่ยนแปลงอุณหภูมิได้ดีกว่า Laminate และ Solid Wood มากในสภาพอากาศแบบไทย
—

