“ก่อนที่จะมีตึกระฟ้าสูงหลายร้อยเมตร มีตึกหนึ่งที่สูงเพียง 10 ชั้น แต่มันเปลี่ยนโลกสถาปัตยกรรมไปตลอดกาล”
—
วันนี้เราคุ้นเคยกับตึกสูงระฟ้าจนแทบไม่ได้มองขึ้นไปบนฟ้าอีกแล้ว แต่รู้หรือไม่ว่าเพียง 140 กว่าปีที่ผ่านมา อาคารที่สูงที่สุดในโลกยังคงเป็นโบสถ์และวิหารหิน และความฝันที่จะสร้างอาคารสูงกว่า 10 ชั้นถือว่าเป็นเรื่องบ้าบิ่นที่สุดในยุคนั้น
—
ทุกอย่างเริ่มต้นจากโศกนาฏกรรม ในปี 1871 เพลิงไหม้ครั้งใหญ่แห่งชิคาโก (The Great Chicago Fire) เผาผลาญเมืองไปกว่า 17,000 อาคาร คร่าชีวิตผู้คนหลายร้อยคน และทำให้ผู้คนกว่า 100,000 คนไร้ที่อยู่อาศัย
แต่จากเถ้าถ่านครั้งนั้น ชิคาโกได้ฟื้นคืนชีพในฐานะห้องทดลองสถาปัตยกรรมที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์
—
ในปี 1885 วิศวกรและสถาปนิก William Le Baron Jenney สร้างสิ่งที่โลกไม่เคยเห็นมาก่อน นั่นคือ Home Insurance Building ในชิคาโก อาคาร 10 ชั้น ความสูง 42 เมตร
สิ่งที่ทำให้อาคารนี้ปฏิวัติโลกไม่ใช่ความสูง แต่คือ โครงสร้างเหล็กภายใน
ก่อนหน้านั้นอาคารทุกหลังต้องใช้ผนังหนาและหนักแบกรับน้ำหนักโครงสร้าง ยิ่งสูงยิ่งต้องใช้ผนังหนา จนมีข้อจำกัดว่าจะสูงได้แค่ไหน แต่ Jenney ใช้โครงเหล็กเป็นโครงกระดูกของอาคาร ทำให้ผนังกลายเป็นแค่เปลือกนอกที่ไม่ต้องรับน้ำหนักอีกต่อไป
—
—
หลังจาก Home Insurance Building ชิคาโกกลายเป็นศูนย์กลางของสถาปนิกรุ่นใหม่ที่เรียกตัวเองว่า Chicago School ซึ่งมีหลักการสำคัญคือ Form Follows Function หรือ “รูปทรงตามการใช้งาน” ไม่ใช่การตกแต่งเพื่อความสวยงามอย่างเดียว
สถาปนิกชื่อดังอย่าง Louis Sullivan และ Daniel Burnham ต่างสร้างผลงานที่กลายเป็นรากฐานของสถาปัตยกรรมสมัยใหม่ทั้งหมดที่เราเห็นในวันนี้
—
—
ตึกระฟ้าใบแรกของโลกไม่ได้เกิดจากความฝันที่ยิ่งใหญ่เพียงอย่างเดียว แต่เกิดจากการแก้ปัญหาจริงๆ หลังจากภัยพิบัติครั้งใหญ่ เช่นเดียวกับงานก่อสร้างที่ดีในทุกยุคสมัย ที่เกิดจากการเข้าใจปัญหาและหาทางออกที่ถูกต้องก่อนเสมอ
—
เพราะทุกโครงสร้างที่ยิ่งใหญ่เริ่มต้นจากรากฐานที่แข็งแกร่ง 
Credit Photo : architecture.org

