“ซ่อมคอนโดหลังแผ่นดินไหว — วัสดุผิดประเภท งานพังซ้ำแน่นอน”
—
หนึ่งในสิ่งที่เจ้าของคอนโดมักเข้าใจผิดที่สุดคือการคิดว่า “วัสดุซ่อมทุกอย่างใช้ได้เหมือนกัน” แต่ในความเป็นจริง การเลือกวัสดุให้ถูกประเภทกับลักษณะความเสียหายคือปัจจัยสำคัญที่สุดที่จะทำให้งานซ่อมอยู่ทนและไม่ต้องแก้ซ้ำ
—
เหมาะกับ — รอยร้าวในเสา คาน และผนังคอนกรีตเสริมเหล็กที่มีความลึก
ข้อดี — ซึมเข้าเนื้อรอยร้าวได้ลึกมาก แข็งตัวแล้วมีความแข็งแรงสูงกว่าคอนกรีตเดิม ยึดโครงสร้างกลับเข้าหากันได้อย่างถาวร
ข้อควรระวัง — ต้องใช้เครื่องมืออัดแรงดันและผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทาง ไม่สามารถทำเองได้
เหมาะกับ — รอยต่อระหว่างผนังกับพื้น รอบขอบหน้าต่างและประตูกระจก และรอยต่อระหว่างชิ้นส่วนอาคาร
ข้อดี — ยืดหยุ่นสูงมาก ทนต่อการขยายตัวและหดตัวของโครงสร้าง กันน้ำซึมได้ดีเยี่ยม ทน UV และอุณหภูมิสูง
ข้อควรระวัง — พื้นผิวต้องสะอาดและแห้งสนิทก่อนทา มิฉะนั้นจะไม่ยึดเกาะ
เหมาะกับ — ผนังที่แตกร้าวหรือหลุดล่อน พื้นที่ที่ต้องปรับระดับผิวก่อนทาสี และการซ่อมมุมและขอบผนัง
ข้อดี — ยึดเกาะได้ดีกว่าซีเมนต์ธรรมดา ทนต่อการหดตัวและแตกร้าวซ้ำ ผิวเรียบเหมาะกับการทาสีต่อ
ข้อควรระวัง — ต้องผสมในสัดส่วนที่ถูกต้องและบ่มให้ครบเวลาก่อนทาสีทับ
เหมาะกับ — รอยร้าวเล็กตื้นบนผิวผนังปูนฉาบ รอยต่อของวงกบ และรอยแยกของสีเดิม
ข้อดี — ทาง่าย แห้งเร็ว เนียนเรียบ ทาสีทับได้ทันทีหลังแห้ง ราคาประหยัด
ข้อควรระวัง — ไม่เหมาะกับรอยร้าวลึกหรือรอยร้าวที่ยังมีการเคลื่อนตัวของโครงสร้าง
เหมาะกับ — พื้นระเบียง รอบขอบผนังด้านนอก และจุดที่น้ำฝนกระทบโดยตรง
ข้อดี — เคลือบเป็นชั้นต่อเนื่องไม่มีรอยต่อ ยืดหยุ่นสูง ทน UV และน้ำได้ยาวนาน
ข้อควรระวัง — ต้องเตรียมผิวให้ถูกต้องและทาให้ครบตามจำนวนชั้นที่กำหนด
เหมาะกับ — ผนังภายนอกอาคารที่ต้องการทั้งความสวยงามและการป้องกันน้ำ
ข้อดี — ทาได้ง่าย มีสีสันหลากหลาย ป้องกันน้ำซึมและ UV ได้ในขั้นตอนเดียว
ข้อควรระวัง — ไม่สามารถทดแทนระบบกันซึมจริงในจุดที่มีน้ำขังหรือแรงดันน้ำสูง
—
—
ในงานซ่อมคอนโดหลังแผ่นดินไหวจุดเดียวกันมักต้องใช้วัสดุหลายประเภทร่วมกัน เช่น อุดด้วย Epoxy Injection ก่อน แล้วซีลด้วย Polyurethane Sealant จากนั้นจึงปิดผิวด้วย Cement Mortar และทาสีทับ การข้ามขั้นตอนหรือใช้วัสดุเพียงชนิดเดียวคือสาเหตุหลักที่ทำให้งานซ่อมเสียหายซ้ำ
—
—

