“หลังแผ่นดินไหว หลายคนคิดว่าคอนโดไม่เป็นอะไร เพราะมองแล้วดูปกติดี — แต่นั่นคือความเข้าใจผิดที่อันตรายที่สุด”
—
แผ่นดินไหวสร้างความเสียหายได้ 2 แบบ แบบแรกคือความเสียหายที่เห็นได้ทันที เช่น รอยร้าวบนผนัง กระเบื้องแตก หรือประตูบิด แบบที่สองคือความเสียหายที่ซ่อนอยู่ภายในโครงสร้าง ซึ่งอันตรายกว่ามากเพราะเจ้าของห้องมักไม่รู้ตัวจนกว่าจะลุกลามเป็นปัญหาใหญ่
—
รอยร้าวที่เกิดในเสาและคานอาจไม่แสดงให้เห็นบนผิวผนังทันที แต่ภายในเหล็กเสริมอาจได้รับแรงกระแทกจนเสียรูปแล้ว หากปล่อยทิ้งไว้ความชื้นจะเข้าไปทำให้เหล็กเป็นสนิมและโครงสร้างอ่อนแอลงเรื่อยๆ
บริเวณรอยต่อระหว่างผนังกับพื้น หรือผนังกับเพดาน มักเป็นจุดแรกที่แยกตัวเมื่อเกิดแรงสั่นสะเทือน แม้จะแคบมากจนมองแทบไม่เห็น แต่เป็นทางเข้าของน้ำและความชื้นที่สำคัญ
แรงสั่นสะเทือนทำให้ระบบกันซึมที่เคยสมบูรณ์เกิดรอยแตกร้าวได้ โดยที่มองจากภายนอกดูปกติ แต่เมื่อถึงหน้าฝนน้ำจะซึมเข้ามาและทำให้เสียหายหนัก
พื้นไม้ที่ดูเหมือนปกติอาจมีโครงสร้างรองรับด้านล่างที่เสียหายแล้ว ทำให้พื้นยุบหรือโก่งงอในภายหลัง และกระเบื้องที่ยังติดอยู่อาจมีซีเมนต์ปูพื้นด้านล่างแตกร้าวจนยึดเกาะไม่แน่น
แรงสั่นสะเทือนอาจทำให้ข้อต่อท่อหลวมหรือแตกร้าว ซึ่งจะรั่วซึมอย่างช้าๆ โดยที่ไม่เห็นจากภายนอกจนกว่าคราบชื้นจะปรากฏบนผนัง
—
—
อย่าตัดสินความปลอดภัยของคอนโดด้วยตาเปล่าเพียงอย่างเดียว เพราะโครงสร้างคอนกรีตมีหลายชั้นและความเสียหายภายในมักซ่อนตัวได้ดี การให้ผู้เชี่ยวชาญเข้าตรวจสอบภายใน 1–2 สัปดาห์หลังเกิดเหตุคือสิ่งที่ดีที่สุดที่คุณทำให้ตัวเองและครอบครัวได้
—
—

