Carbon Footprint หรือ รอยเท้าคาร์บอน คือ ปริมาณก๊าซเรือนกระจก โดยเฉพาะคาร์บอนไดออกไซด์ (CO2) ที่ปล่อยออกมาจากกิจกรรมต่างๆ ของมนุษย์ ไม่ว่าจะเป็นการผลิต การขนส่ง การใช้งาน และการกำจัดวัสดุ การเลือกใช้วัสดุที่มี Carbon Footprint ต่ำจึงช่วยลดผลกระทบต่อสภาพภูมิอาคาศและสิ่งแวดล้อม
การเลือกใช้วัสดุที่ปล่อยก๊าซเรือนกระจกน้อยช่วยชะลอการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอาคาศ
วัสดุคาร์บอนต่ำมักมีประสิทธิภาพการใช้พลังงานที่ดีกว่า ช่วยลดค่าใช้จ่ายในการดำเนินงาน
แสดงความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม เพิ่มความน่าเชื่อถือให้กับธุรกิจ
วัสดุที่ผลิตจากการนำกลับมาใช้ใหม่ช่วยลดการใช้ทรัพยากรธรรมชาติและพลังงานในการผลิต เช่น เหล็กรีไซเคิล คอนกรีตรีไซเคิล หรือพลาสติกรีไซเคิล
วัสดุจากธรรมชาติที่สามารถเติบโตทดแทนได้ เช่น ไม้ไผ่ ไม้จากป่าปลูก ใยธรรมชาติ มีการดูดซับคาร์บอนในระหว่างการเจริญเติบโต
วัสดุที่ผลิตในพื้นที่ใกล้เคียงช่วยลดการปล่อยก๊าซจากการขนส่ง ลดต้นทุนและเวลาในการจัดส่ง
วัสดุบางชนิดต้องใช้พลังงานสูงในกระบวนการผลิต การเลือกวัสดุทางเลือกที่ใช้พลังงานน้อยกว่าจึงช่วยลดคาร์บอน
วัสดุที่ทนทานและใช้งานได้นานช่วยลดความถี่ในการเปลี่ยนทดแทน ลดของเสียและการใช้ทรัพยากรใหม่
เถ้าลอยจากโรงไฟฟ้าสามารถทดแทนปูนซีเมนต์บางส่วนได้ ช่วยลดการปล่อยคาร์บอนจากการผลิตซีเมนต์
สีน้ำที่มีสารอินทรีย์ระเหยต่ำ (Low VOC) หรือสีจากธรรมชาติ
ฉนวนจากขวดพลาสติกรีไซเคิล เศษผ้า หรือเส้นใยธรรมชาติ
ไม้ไผ่เติบโตเร็วและดูดซับคาร์บอนได้มาก เป็นทางเลือกที่ยั่งยืน
ที่ Interplug เรามุ่งมั่นเลือกใช้วัสดุกันซึมและวัสดุงานพื้นที่มีคุณภาพสูง ทนทาน และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เราให้ความสำคัญกับการเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีการรับรองมาตรฐานสิ่งแวดล้อม มีอายุการใช้งานยาวนาน และช่วยลดการซ่อมแซมที่ไม่จำเป็น
การทำงานกันซึมที่มีคุณภาพช่วยป้องกันปัญหารั่วซึมที่อาจทำให้เกิดความเสียหายต่ออาคาร ลดการใช้ทรัพยากรในการซ่อมแซม และยืดอายุการใช้งานของโครงสร้าง ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการลด Carbon Footprint ในภาคการก่อสร้าง
– ศึกษาข้อมูลวัสดุก่อนตัดสินใจซื้อ
– มองหาฉลากรับรองด้านสิ่งแวดล้อม
– เปรียบเทียบอายุการใช้งานของวัสดุ
– คำนวณต้นทุนรวมทั้งระยะสั้นและระยะยาว
– ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญเพื่อเลือกวัสดุที่เหมาะสมที่สุด
—
Interplug – ร่วมสร้างอนาคตที่ยั่งยืนด้วยวัสดุคุณภาพและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม

