“เซ็นสัญญาจ้างช่างโดยไม่มีข้อตกลงชัดเจน คือความเสี่ยงที่หลายคนมองข้าม จนเกิดปัญหาทีหลัง”

สัญญาว่าจ้างก่อสร้าง ต้องมีอะไรบ้าง
การว่าจ้างผู้รับเหมาซ่อมแซมหรือก่อสร้าง ไม่ว่างานเล็กหรือใหญ่ ควรมี “สัญญา” เป็นลายลักษณ์อักษรเสมอ เพราะในทางกฎหมาย งานประเภทนี้ถือเป็น “สัญญาจ้างทำของ” ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ซึ่งมีรายละเอียดที่ทั้งเจ้าของบ้านและผู้รับเหมาควรทำความเข้าใจร่วมกันตั้งแต่ต้น เพื่อป้องกันความเข้าใจผิดหรือข้อพิพาทที่อาจเกิดขึ้นภายหลัง

องค์ประกอบสำคัญที่สัญญาว่าจ้างก่อสร้างควรมี:

ขอบเขตของงาน (Scope of Work)

ระบุรายละเอียดงานให้ชัดเจน เช่น พื้นที่ วัสดุที่ใช้ มาตรฐานที่ต้องการ

ระยะเวลาดำเนินงาน

กำหนดวันเริ่มงานและวันแล้วเสร็จ พร้อมเงื่อนไขหากล่าช้า

งวดเงินและการชำระเงิน

แบ่งงวดเงินตามความคืบหน้าของงาน ไม่จ่ายเต็มจำนวนล่วงหน้า

การรับประกันผลงาน

ระบุระยะเวลารับประกัน และขอบเขตความรับผิดชอบหากเกิดความเสียหาย

เงื่อนไขการยกเลิกสัญญา

ระบุกรณีที่สามารถยกเลิกสัญญาได้ และผลที่ตามมา

ข้อควรรู้:
ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 587 สัญญาจ้างทำของ คือสัญญาที่ผู้รับจ้างตกลงทำงานให้แล้วเสร็จ และผู้ว่าจ้างตกลงจ่ายสินจ้างเมื่องานสำเร็จ ซึ่งหมายความว่า หากงานไม่เป็นไปตามที่ตกลงกันไว้ในสัญญา ผู้ว่าจ้างมีสิทธิเรียกร้องให้แก้ไขหรือปฏิเสธการจ่ายเงินในส่วนที่บกพร่องได้เช่นกัน

คำแนะนำจากทีม Interplug:
สัญญาที่ดีไม่ใช่เอกสารที่ทำให้ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งได้เปรียบ แต่คือเครื่องมือที่ช่วยให้ทั้งเจ้าของบ้านและผู้รับเหมาทำงานร่วมกันได้อย่างสบายใจทั้งสองฝ่าย งานที่โปร่งใสตั้งแต่ขั้นตอนแรก มักจบลงด้วยความพึงพอใจของทั้งสองฝ่ายเสมอ

Interplug ทำงานด้วยความโปร่งใสทุกขั้นตอน

สำรวจหน้างานและเสนอราคาชัดเจนก่อนเริ่มงาน

ทำสัญญาระบุขอบเขตงานและระยะเวลาแน่นอน

แบ่งงวดเงินตามความคืบหน้าจริง

รับประกันผลงานพร้อมระบุเงื่อนไขชัดเจน


วางแผนซ่อมแซมหรือก่อสร้าง ปรึกษาทีม Interplug ได้เลย เราพร้อมอธิบายทุกขั้นตอนอย่างชัดเจน

086-780-8293

Line OA: @interplug

หมายเหตุ: เนื้อหานี้เป็นความรู้ทั่วไปเพื่อการศึกษาเท่านั้น ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมาย หากมีข้อพิพาทหรือกรณีเฉพาะ ควรปรึกษาทนายความหรือผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายโดยตรง