“ห้องใต้ดินในไทยมีศัตรูที่น่ากลัวที่สุดคือแรงดันน้ำใต้ดินที่ดันเข้ามาอย่างต่อเนื่องตลอด 24 ชั่วโมง — ระบบกันซึมที่ดีไม่ได้แค่ปิดกั้นน้ำ แต่ต้องทนต่อแรงดันนั้นได้ตลอดอายุการใช้งาน”
—
ห้องใต้ดินหรือชั้นใต้ดินในคอนโด อาคารพาณิชย์ และโรงงานในไทยเผชิญกับความท้าทายที่แตกต่างจากดาดฟ้าหรือผนังภายนอกอย่างสิ้นเชิง เพราะน้ำไม่ได้ซึมเข้ามาจากด้านบนแต่ดันเข้ามาจากด้านล่างและด้านข้างอย่างต่อเนื่องด้วยแรงดันน้ำใต้ดิน
—
น้ำใต้ดินในกรุงเทพฯ และปริมณฑลมีระดับสูง โดยเฉพาะในพื้นที่ใกล้แม่น้ำหรือคลอง แรงดันน้ำที่ดันเข้าผนังและพื้นห้องใต้ดินตลอดเวลาทำให้ระบบกันซึมต้องทนได้มากกว่าการรับน้ำฝนธรรมดาหลายเท่า
การกันซึมห้องใต้ดินมี 2 แนวทางหลักคือ Positive Side คือกันซึมจากด้านนอกก่อนก่ออาคาร และ Negative Side คือกันซึมจากด้านในหลังก่อสร้างเสร็จแล้ว แต่ละแนวทางมีข้อดีและข้อจำกัดต่างกัน และส่วนใหญ่ของงานซ่อมแซมในไทยต้องทำจากด้านในเพราะไม่สามารถเข้าถึงด้านนอกได้อีก
รอยต่อระหว่างพื้นและผนัง รอยต่อก่อสร้าง (Construction Joint) และจุดที่ท่อผ่านผนังคือจุดที่น้ำซึมเข้าบ่อยที่สุดในห้องใต้ดิน การอุดและซีลจุดเหล่านี้ด้วยวัสดุที่ทนแรงดันน้ำได้จริงคือสิ่งสำคัญที่สุด
สภาพภูมิอากาศร้อนชื้นของไทยทำให้ห้องใต้ดินมีความชื้นสัมพัทธ์สูงมากตลอดปี ระบบกันซึมต้องทนทั้งแรงดันน้ำจากนอกและความชื้นจากภายในพร้อมกัน
—
ซึมเข้าเนื้อคอนกรีตและสร้างผลึกปิดรูพรุนจากภายใน ทนแรงดันน้ำได้สูง เหมาะมากสำหรับการซ่อมแซมจากด้านในเพราะทำงานสวนทางกับแรงดันน้ำได้ 
ฉาบปูนกันซึมสูตรพิเศษบนผนังและพื้น ราคาคุ้มค่า เหมาะสำหรับห้องใต้ดินที่มีแรงดันน้ำปานกลาง ต้องทาหลายชั้นและดูแลรอยต่ออย่างพิถีพิถัน
สำหรับห้องใต้ดินที่มีรอยร้าวและน้ำซึมอยู่แล้ว ต้องอัด Epoxy Injection เพื่ออุดรอยร้าวก่อน จากนั้นจึงเคลือบ Crystalline ทับเพื่อป้องกันระยะยาว 
สำหรับรอยร้าวที่มีน้ำซึมอยู่ในขณะซ่อม PU Injection ที่ขยายตัวได้จะอุดรอยร้าวได้แม้ขณะที่น้ำยังไหลอยู่ เหมาะมากสำหรับงานฉุกเฉินที่ต้องหยุดน้ำซึมทันที 
—
—
การวินิจฉัยห้องใต้ดินที่มีน้ำซึมให้ถูกต้องต้องอาศัยผู้เชี่ยวชาญที่เข้าใจทั้งโครงสร้างอาคารและระบบน้ำใต้ดิน การซ่อมผิดวิธีในห้องใต้ดินไม่เพียงแต่ไม่ได้ผล แต่อาจทำให้น้ำหาทางออกใหม่และสร้างความเสียหายในจุดอื่นที่ควบคุมไม่ได้
—

