“อารยธรรมที่สร้างระบบระบายอากาศในอาคารได้โดยไม่ต้องใช้ไฟฟ้า เมื่อ 3,000 ปีที่แล้ว — และวิศวกรสมัยใหม่ยังคงเรียนรู้จากพวกเขาอยู่จนถึงวันนี้”
.
—
.
.
เมื่อพูดถึงสถาปัตยกรรมโบราณที่ยิ่งใหญ่ หลายคนนึกถึงพีระมิดอียิปต์หรือโคลอสเซียมโรมัน แต่อารยธรรมเปอร์เซียที่รุ่งเรืองในดินแดนอิหร่านปัจจุบันคือหนึ่งในอารยธรรมที่มีความก้าวหน้าทางสถาปัตยกรรมและวิศวกรรมที่น่าทึ่งที่สุดในประวัติศาสตร์มนุษยชาติ
—
อาณาจักรเปอร์เซียถือกำเนิดขึ้นในราวศตวรรษที่ 6 ก่อนคริสตกาล ภายใต้การนำของ ไซรัสมหาราช (Cyrus the Great) ผู้ก่อตั้งราชวงศ์ Achaemenid และขยายอาณาจักรจนครอบคลุมดินแดนจากกรีซไปจนถึงอินเดีย กลายเป็นอาณาจักรที่ใหญ่ที่สุดในโลกในยุคนั้น
ความยิ่งใหญ่ของอาณาจักรสะท้อนออกมาในงานสถาปัตยกรรมที่รวมเอาอิทธิพลจากทุกอารยธรรมที่พวกเขาพิชิตมาหลอมรวมกัน ทั้งอียิปต์ บาบิโลน กรีก และอินเดีย จนเกิดเป็นรูปแบบสถาปัตยกรรมที่เป็นเอกลักษณ์ไม่เหมือนใคร
—
กว่า 3,000 ปีที่แล้ว ชาวเปอร์เซียสร้างระบบอุโมงค์ส่งน้ำใต้ดินที่เรียกว่า Qanat ขุดเจาะลึกเข้าไปในภูเขาเพื่อดึงน้ำใต้ดินมาใช้ในเมืองและพื้นที่เกษตรกรรม โดยอาศัยแรงโน้มถ่วงเพียงอย่างเดียว ไม่ต้องใช้เครื่องจักรใดๆ ระบบ Qanat ในอิหร่านยังคงใช้งานได้จริงจนถึงทุกวันนี้ และได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลก UNESCO ในปี 2016
หนึ่งในนวัตกรรมที่ทำให้นักวิศวกรสมัยใหม่ทึ่งที่สุดคือ Badgir หรือ Windcatcher หอคอยระบายอากาศที่สร้างขึ้นบนหลังคาอาคาร ออกแบบให้จับลมจากทุกทิศทาง นำลมเย็นเข้ามาในอาคารและระบายอากาศร้อนออก ทำให้อุณหภูมิภายในอาคารเย็นกว่าภายนอกได้ถึง 10–15 องศาเซลเซียส โดยไม่ต้องใช้พลังงานใดๆ วิศวกรสมัยใหม่กำลังนำหลักการนี้มาพัฒนาเป็นระบบระบายอากาศในอาคารสีเขียวที่ประหยัดพลังงาน
Persepolis หรือ “เมืองแห่งชาวเปอร์เซีย” สร้างขึ้นในปี 518 ก่อนคริสตกาลโดย Darius มหาราช บนที่ราบสูงในจังหวัด Fars ของอิหร่าน เมืองนี้มีลักษณะพิเศษคือสร้างบนฐานหินขนาดใหญ่ที่ถูกสกัดเรียบเป็นแท่นยักษ์ มีบันไดขนาดใหญ่ที่ออกแบบให้ขี่ม้าขึ้นลงได้ และมีเสาหินขนาดใหญ่กว่า 72 ต้นที่รับน้ำหนักหลังคาโถงบัลลังก์ขนาดมหึมา
ชาวเปอร์เซียพัฒนาเทคนิคการสร้างโดมและโค้งที่ซับซ้อนซึ่งกลายเป็นรากฐานของสถาปัตยกรรมอิสลามทั้งหมดในเวลาต่อมา รูปแบบโดมหัวหอม (Onion Dome) และโค้งแหลม (Pointed Arch) ที่เราเห็นในมัสยิดและพระราชวังทั่วโลกมุสลิมล้วนมีต้นกำเนิดจากเปอร์เซีย
—
—
สถาปัตยกรรมเปอร์เซียมีเอกลักษณ์ที่โดดเด่นคือการใช้กระเบื้องโมเสกสีสันสดใสตกแต่งทั้งหลัง ลวดลายเรขาคณิตที่ซับซ้อนซึ่งคำนวณจากคณิตศาสตร์ขั้นสูง สวนแบบ Persian Garden ที่แบ่งออกเป็น 4 ส่วนสมมาตรซึ่งกลายเป็นต้นแบบของสวนแบบอิสลามทั่วโลก และการใช้น้ำพุและสระน้ำเพื่อสะท้อนความงามของอาคารและสร้างความเย็นสบายในดินแดนทะเลทราย
—
ในยุคที่โลกกำลังเผชิญวิกฤตพลังงานและการเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศ สถาปัตยกรรมเปอร์เซียโบราณกำลังกลับมาเป็นแรงบันดาลใจให้นักออกแบบทั่วโลก เพราะพวกเขาสร้างอาคารที่เย็นสบาย ประหยัดน้ำ และกลมกลืนกับธรรมชาติได้โดยไม่ต้องพึ่งพาเทคโนโลยีใดๆ เลย
—
เพราะงานก่อสร้างที่ยิ่งใหญ่ไม่เคยหยุดสร้างแรงบันดาลใจ 

